การเพิ่มขีดความสามารถของนวัตกรรมด้านกระดูกสันหลังเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

NuVasive พัฒนาการทำงานแบบบูรณาการออกแบบมาเพื่อปรับปรุงชีวิตของชาวอเมริกันประมาณ 10 ล้านคนจากอาการปวดหลังเรื้อรัง บริษัทฯได้ร่วมมือกับศัลยแพทย์ พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมเกี่ยวกับกระดูกสันหลังและผลิตอุปกรณ์รากฟันเทียม หรือเครื่องมือพิเศษที่จำเป็นสำหรับการผ่าตัด


เทคนิคของบริษัท คือ eXtreme Lateral Interbody Fusion (XLIF®) ซึ่งเป็นวิธีการที่เป็นกรรมสิทธิ์ของการเข้าถึงกระดูกสันหลังด้านข้างที่ช่วยลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บของหลอดเลือดและระบบประสาท และ NuVasive ก็ยังพัฒนาเทคนิคใหม่ ๆ และการปลูกถ่ายกระดูกในร่างกายเพื่อปรับปรุงผลลัพธ์ของผู้ป่วย


การพัฒนากระดูกสันหลังเทียมให้ดีขึ้น

สำหรับการปลูกถ่ายกระดูกในร่างกายนั้น วัสดุทดแทนกระดูกมักทำจากพลาสติกเฉพาะสำหรับทางการแพทย์ เช่น Polyether ether ketone (PEEK) หรือ ไทเทเนียม (Titanium) คุณสมบัติของ PEEK จะมีความแข็งตามธรรมชาติซึ่งใกล้เคียงกับกระดูกจริงเมื่อเทียบกับไทเทเนียม แต่อย่างไรก็ตามไทเทเนียมเป็นวัสดุที่แข็งแรงมากกว่าและมีต้นทุนต่ำกว่า

“ additive manufacturing เราสามารถออกแบบอุปกรณ์ที่ใช้วัสดุน้อยกว่าการปลูกถ่ายไทเทเนียมแบบดั้งเดิม ” Jesse Unger วิศวกรพัฒนาตะกั่วของ NuVasive กล่าว “ การลดปริมาณวัสดุมีข้อดีหลายประการ มันช่วยให้เราสามารถออกแบบการปลูกถ่ายที่อาจช่วยให้การเจริญเติบโตของกระดูกมีการเติบโตมากขึ้นเมื่อเทียบกับการปลูกถ่ายไทเทเนียมที่เป็นของแข็งและให้ความแข็งที่เทียบเท่ากับกระดูกจริง ”


Additive Manufacturing หรือ 3D printing เหมาะสำหรับการผลิตวัสดุในปลูกถ่ายกระดูกสันหลัง หรือกลุ่มผู้ผลิตรากฟันเทียม NuVasive ให้บริการการปลูกถ่ายกระดูกหลายๆขนาด แต่ผลิตในปริมาณน้อย ในวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมคือการใช้เครื่อง CNC ค่อนข้างมีราคาแพง ดังนั้น Additive Manufacturing หรือ 3D printing อาจทำให้การปลูกถ่ายกระดูกมีความหลากหลาย ผลิตได้เร็วขึ้น และมีต้นทุนที่ต่ำลง


ซอฟต์แวร์ Autodesk และการให้คำปรึกษาปลดล็อคความเป็นไปได้

Additive Manufacturing หรือ 3D printing มีความสามารถในการผลิตโครงสร้างที่ไม่สามารถที่จะผลิตได้ด้วยวิธีการทั่วไปในอุตสาหกรรมยานยนต์ การบินและอวกาศ รวมถึงอุปกรณ์การแพทย์ สำหรับวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมหากทำการลดวัสดุในขณะที่ยังต้องการรักษาความแข็งแรงมักจะได้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่สมดุลและดูไม่เป็นธรรมชาติ ดังนั้นการนำ 3D Printing มาใช้ในการสร้างผลิตภัณฑ์ความสามารถนี้มีประโยชน์เพิ่มมากขึ้น

NuVasive ทำการวิจัยแล้วพบว่ารูเล็กๆ ในการปลูกถ่ายไทเทเนียมช่วยกระตุ้นการเติบโตของกระดูกมากขึ้น ทำให้ต้องการซอฟต์แวร์ที่สามารถช่วยให้ออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นและนำไปสู่ Autodesk

หลังจากประเมินแพคเกจซอฟต์แวร์จำนวนมากแล้ว NuVasive จึงตัดสินใจใช้สอง Autodesk® solutions Autodesk® Within Medical เป็นเครื่องมือออกแบบที่เหมาะกับความต้องการของการปลูกถ่ายกระดูกออร์โดยใช้ 3D printing ทำให้ทีมพัฒนาสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับ Additive Manufacturing ซอฟต์แวร์ของ Additive Manufacturing อย่าง Autodesk® Netfabb® ช่วยปรับปรุงกระบวนการเปลี่ยนแปลงโมเดล 3D ให้เป็นชิ้นงานสำเร็จได้ ในด้านการออกแบบ Within Medical รองรับการขัดด้วยรูพรุนแบบสุ่ม การเชื่อมต่อที่เป็นของแข็งและการขัดผิวขรุขระ ในด้านการผลิต Netfabb ได้เปิดใช้งานการเพิ่มประสิทธิภาพของขัดและพื้นผิวและการจำลองการผลิตเพิ่มเติม จะเห็นได้ว่าการร่วมมือกับ Autodesk ช่วยให้ NuVasive เข้าสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว สิ่งนี้ช่วยปรับปรุงการพัฒนาและลดความเสี่ยงและในการผลิต




Tag : #3dprinter #3dprinting #Theadditive #metal3dprinting

Related Post

News & Event

Technology Guide

Contact  Us

095-740-3441 ( Sale )

081-875-3630 ( Support )

Service@additivexthailand.com 

607/73-77  Soi Pradu 1, New Road, Bangklo, Bangkorlaem, Bangkok 10120 Thailand

Follow Us

  • Facebook
  • YouTube

Quick Link

Copyright © 2020, The Additive